รู้ทัน 5 สัญญาณเตือน เด็กถูกคุกคามทางออนไลน์

ข่าวประชาสัมพันธ์ วันที่เผยแพร่: 18 ส.ค. 2569 09:00 น. ผู้เผยแพร่: ผู้ดูแลระบบ เข้าชม: 35 ครั้ง
รู้ทัน 5 สัญญาณเตือน เด็กถูกคุกคามทางออนไลน์
หน่วยงานเผยแพร่แนวทางสังเกตสัญญาณเตือนเมื่อเด็กถูกคุกคามทางออนไลน์ พร้อม infographic สำหรับผู้ปกครอง ครู และผู้ดูแลเด็ก เพื่อป้องกันการแสวงหาประโยชน์และการล่วงละเมิดผ่านโลกดิจิทัล

การใช้สมาร์ตโฟน เกมออนไลน์ และโซเชียลมีเดียเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเด็กในปัจจุบัน แต่ช่องทางเดียวกันนี้ก็ถูกผู้ไม่หวังดีใช้สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ หลอกขอข้อมูลส่วนตัว ขอภาพ หรือชักจูงให้พบกันนอกโลกออนไลน์ การป้องกันจึงต้องเริ่มจากการรู้ทันสัญญาณเตือน ไม่ใช่การห้ามใช้เทคโนโลยีโดยสิ้นเชิง

ศูนย์ธรรมาภิบาลข้อมูลเผยแพร่แนวทางนี้เพื่อส่งเสริมให้ผู้ปกครอง ครู และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังอย่างมีข้อมูล โดยไม่ตำหนิเด็กผู้ถูกคุกคาม และไม่เปิดเผยข้อมูลที่ระบุตัวตนของเด็กต่อสาธารณะ

เด็กใช้สมาร์ตโฟนท่ามกลางสัญลักษณ์เตือนภัยออนไลน์
การคุกคามทางออนไลน์มักเริ่มจากการสร้างความสนิทสนมในแชทส่วนตัว ก่อนขอข้อมูล ภาพ หรือนัดพบ

ทำไมเรื่องนี้เกี่ยวกับธรรมาภิบาลข้อมูล

ข้อมูลของเด็ก เช่น ชื่อจริง รูปถ่าย ตำแหน่งที่อยู่ ชื่อโรงเรียน และบัญชีโซเชียล เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องคุ้มครองตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 การรั่วไหลหรือการถูกหลอกให้ส่งข้อมูลเหล่านี้เพิ่มความเสี่ยงทั้งต่อการถูกคุกคามและการละเมิดสิทธิของเด็ก

Infographic 5 สัญญาณเตือนเด็กถูกคุกคามทางออนไลน์
Infographic: 5 สัญญาณเตือนที่ผู้ปกครอง ครู และผู้ดูแลเด็กควรสังเกตเป็นประจำ

5 สัญญาณที่ควรเฝ้าระวัง

  1. ขอรูปหรือวิดีโอส่วนตัว — คนที่เพิ่งรู้จักชวนคุยส่วนตัวแล้วขอภาพ วิดีโอ หรือให้เปิดกล้อง โดยอ้างว่าเป็นความลับระหว่างกัน
  2. แชทลับและบัญชีใหม่ — เด็กมีแอปแชทสำรอง เปลี่ยนชื่อเล่นบ่อย หรือลบประวัติทันทีเมื่อมีผู้ใหญ่เข้าใกล้
  3. ของขวัญ เงิน หรือไอเทมเกม — ผู้ไม่หวังดีมักสร้างหนี้บุญคุณก่อนจะขอสิ่งตอบแทนที่เป็นข้อมูล ภาพ หรือการนัดพบ
  4. ชวนพบนอกโลกออนไลน์ — กดดันให้ไปพบตามลำพัง นอกสถานที่ปลอดภัย และห้ามบอกผู้ปกครอง
  5. เปลี่ยนอารมณ์อย่างฉับพลัน — หวาดกลัว ปิดกั้น หลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์ หรือไม่ยอมให้ใครเห็นหน้าจอ

เมื่อพบสัญญาณเหล่านี้ ควรทำอย่างไร

  • คุยกับเด็กอย่างสงบ อย่าตำหนิหรือยึดอุปกรณ์ทันทีโดยไม่ฟังเหตุผล เพราะเด็กอาจกลัวแล้วไม่กล้าบอกความจริง
  • เก็บหลักฐาน เช่น ภาพหน้าจอ URL ชื่อบัญชี และวันเวลา แล้วย้ายการสนทนาออกจากช่องทางที่ถูกคุกคาม
  • แจ้งสายด่วน 1300 หรือรายงานผ่าน ThaiHotline.org หากเข้าข่ายเนื้อหาลามกอนาจารเด็กหรือการแสวงหาประโยชน์
  • หากเด็กตกอยู่ในอันตรายทันที ให้แจ้งตำรวจสายด่วน 191

ข้อควรระวังในการสื่อสาร

ห้ามเผยแพร่ภาพ ชื่อ หรือข้อมูลที่ระบุตัวเด็กผู้เสียหายบนโซเชียลมีเดียแม้จะตั้งใจช่วยเหลือ การเปิดเผยอาจเป็นการละเมิดสิทธิเด็กซ้ำ และอาจผิดกฎหมายคุ้มครองเด็กและกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

6 ขั้นตอนเตรียมหน่วยงานให้พร้อมสู่ยุคหลังควอนตัม
ข่าวประชาสัมพันธ์ • 8 ก.ย. 2569

6 ขั้นตอนเตรียมหน่วยงานให้พร้อมสู่ยุคหลังควอนตัม

คู่มือ 6 ขั้นตอนสำหรับหน่วยงานในการนำแนวทาง Post-Quantum Readiness ไปใช้ ตั้งแต่กำหนดผู้รับผิดชอบ สร้างความตระหนัก สำรวจสินทรัพย์เข้ารหัส ประเมินความเสี่ยง ทดลอง Hybrid/PQC ไปจนถึงการติดตามตามเป้าหมาย Quantum-Ready 2030

อ่านต่อ
แนวทางเตรียมความพร้อมยุคควอนตัม: 5 ประเด็นที่หน่วยงานต้องเข้าใจ
ข่าวประชาสัมพันธ์ • 5 ก.ย. 2569

แนวทางเตรียมความพร้อมยุคควอนตัม: 5 ประเด็นที่หน่วยงานต้องเข้าใจ

ศูนย์ธรรมาภิบาลข้อมูลสรุปแนวทางการปฏิบัติการเตรียมความพร้อมสำหรับยุคควอนตัม (Guidelines for Post-Quantum Readiness) ของ สกมช. เป็น 5 ประเด็น ได้แก่ ภัย Harvest Now Decrypt Later ข้อมูลอายุยืนยาว มาตรฐาน PQC ความคล่องตัวในการเปลี่ยนรหัส และผู้รับผิดชอบด้านข้อมูล

อ่านต่อ
6 ขั้นตอนนำซีโร่ทรัสต์ไปใช้จริงในงานราชการ
ข่าวประชาสัมพันธ์ • 4 ก.ย. 2569

6 ขั้นตอนนำซีโร่ทรัสต์ไปใช้จริงในงานราชการ

คู่มือ 6 ขั้นตอนสำหรับหน่วยงานในการนำแนวปฏิบัติซีโร่ทรัสต์ไปใช้ ตั้งแต่สำรวจสินทรัพย์ ยืนยันตัวตน ตรวจอุปกรณ์ ให้สิทธิ์เท่าที่จำเป็น แบ่งส่วนเครือข่าย ไปจนถึงการเฝ้าระวังต่อเนื่อง โดยยึดหลักสมมติว่าอาจถูกเจาะระบบแล้ว

อ่านต่อ