หน่วยงานเผยแพร่แนวทางสังเกตสัญญาณเตือนเมื่อเด็กถูกคุกคามทางออนไลน์ พร้อม infographic สำหรับผู้ปกครอง ครู และผู้ดูแลเด็ก เพื่อป้องกันการแสวงหาประโยชน์และการล่วงละเมิดผ่านโลกดิจิทัล
การใช้สมาร์ตโฟน เกมออนไลน์ และโซเชียลมีเดียเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเด็กในปัจจุบัน แต่ช่องทางเดียวกันนี้ก็ถูกผู้ไม่หวังดีใช้สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ หลอกขอข้อมูลส่วนตัว ขอภาพ หรือชักจูงให้พบกันนอกโลกออนไลน์ การป้องกันจึงต้องเริ่มจากการรู้ทันสัญญาณเตือน ไม่ใช่การห้ามใช้เทคโนโลยีโดยสิ้นเชิง
ศูนย์ธรรมาภิบาลข้อมูลเผยแพร่แนวทางนี้เพื่อส่งเสริมให้ผู้ปกครอง ครู และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังอย่างมีข้อมูล โดยไม่ตำหนิเด็กผู้ถูกคุกคาม และไม่เปิดเผยข้อมูลที่ระบุตัวตนของเด็กต่อสาธารณะ
การคุกคามทางออนไลน์มักเริ่มจากการสร้างความสนิทสนมในแชทส่วนตัว ก่อนขอข้อมูล ภาพ หรือนัดพบ
ทำไมเรื่องนี้เกี่ยวกับธรรมาภิบาลข้อมูล
ข้อมูลของเด็ก เช่น ชื่อจริง รูปถ่าย ตำแหน่งที่อยู่ ชื่อโรงเรียน และบัญชีโซเชียล เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องคุ้มครองตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 การรั่วไหลหรือการถูกหลอกให้ส่งข้อมูลเหล่านี้เพิ่มความเสี่ยงทั้งต่อการถูกคุกคามและการละเมิดสิทธิของเด็ก
Infographic: 5 สัญญาณเตือนที่ผู้ปกครอง ครู และผู้ดูแลเด็กควรสังเกตเป็นประจำ
5 สัญญาณที่ควรเฝ้าระวัง
- ขอรูปหรือวิดีโอส่วนตัว — คนที่เพิ่งรู้จักชวนคุยส่วนตัวแล้วขอภาพ วิดีโอ หรือให้เปิดกล้อง โดยอ้างว่าเป็นความลับระหว่างกัน
- แชทลับและบัญชีใหม่ — เด็กมีแอปแชทสำรอง เปลี่ยนชื่อเล่นบ่อย หรือลบประวัติทันทีเมื่อมีผู้ใหญ่เข้าใกล้
- ของขวัญ เงิน หรือไอเทมเกม — ผู้ไม่หวังดีมักสร้างหนี้บุญคุณก่อนจะขอสิ่งตอบแทนที่เป็นข้อมูล ภาพ หรือการนัดพบ
- ชวนพบนอกโลกออนไลน์ — กดดันให้ไปพบตามลำพัง นอกสถานที่ปลอดภัย และห้ามบอกผู้ปกครอง
- เปลี่ยนอารมณ์อย่างฉับพลัน — หวาดกลัว ปิดกั้น หลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์ หรือไม่ยอมให้ใครเห็นหน้าจอ
เมื่อพบสัญญาณเหล่านี้ ควรทำอย่างไร
- คุยกับเด็กอย่างสงบ อย่าตำหนิหรือยึดอุปกรณ์ทันทีโดยไม่ฟังเหตุผล เพราะเด็กอาจกลัวแล้วไม่กล้าบอกความจริง
- เก็บหลักฐาน เช่น ภาพหน้าจอ URL ชื่อบัญชี และวันเวลา แล้วย้ายการสนทนาออกจากช่องทางที่ถูกคุกคาม
- แจ้งสายด่วน 1300 หรือรายงานผ่าน ThaiHotline.org หากเข้าข่ายเนื้อหาลามกอนาจารเด็กหรือการแสวงหาประโยชน์
- หากเด็กตกอยู่ในอันตรายทันที ให้แจ้งตำรวจสายด่วน 191
ข้อควรระวังในการสื่อสาร
ห้ามเผยแพร่ภาพ ชื่อ หรือข้อมูลที่ระบุตัวเด็กผู้เสียหายบนโซเชียลมีเดียแม้จะตั้งใจช่วยเหลือ การเปิดเผยอาจเป็นการละเมิดสิทธิเด็กซ้ำ และอาจผิดกฎหมายคุ้มครองเด็กและกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล